วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บันทึกครั้งที่ 12

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 12 
วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2562 
เวลา 09:00 - 12:-00 น. 

ความรู้ที่ได้รับ

     วันนี้มานำเสนอความก้าวหน้าของโครงการศิลป์สร้างสรรค์ สัมพันธ์ครอบครัว ไปถึงไหนแล้ว และควร ต้องเพิ่มอะไรบ้าง ต้องเตรียมตัวยังไง มารับคำแนะนำจากอาจารย์เพื่อนำไปเตรียมความพร้อมก่อนออกจัดกิจกรรมโครงการจริง

ภาพกิจกรรม



  ในสัปดาห์หน้าต้องมีการซักซ้อมให้อาจารย์ดูก่อนว่า
ลำดับขั้นตอนการพูดการทำกิจกรรมจะเป็นอย่างไร



วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บันทึกครั้งที่ 11

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 11
วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2562
เวลา 09:00 - 12:-00 น.

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ความรู้ที่ได้รับ

       วันนี้อาจารย์นัดให้นักศึกษามานำเสนอความคืบหน้าของการทำโครงการ ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ออกสำรวจหัวข้อการทำโครงการ สรุป อันดับ 1 คือหัวข้อ ศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งต่อไปก็จะมีการส่งหนังสือขอพื้นที่



วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บันทึกครั้งที่ 10

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 10
วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2562
เวลา 09:00 - 12:-00 น.



ความรู้ที่ได้รับ

     วันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มมารับอุปกรณ์เพื่อนำไปเตรียมจัดการอบรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครองแต่ละกลุ่มก็มาอธิบายความคืบหน้าของงาน และในสัปดาห์ถัดไปให้นักศึกษามาส่งงานที่อาจารย์ได้มอบหมายไว้ และในระหว่างนี้ให้นักศึกษาทำงานที่ได้รับมอบหมายให้มีความก้าวหน้าต่อไป


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บันทึกครั้งที่ 9

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 9
วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2562
เวลา 09:00 - 12:-00 น.

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ความรู้ที่ได้รับ 

         วันนี้เป็นการนำเสนอตัวอย่างวิจัยของแต่ละกลุ่มซึ่งกลุ่มแรกเป็นการนำเสนอ วิจัยเรื่องการส่งเสริมความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรมเล่นกับลูกปลูกภาษาผู้วิจัย อารีย์ คำสังฆะ
การศึกษาระดับปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปีที่ทำวิจัย ตุลาคม 2554

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1.เพื่อศึกษาพัฒนาการความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม“เล่นกับลูกปลูกภาษา”

2.เพื่อเปรียบเทียบความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรม“เล่นกับลูกปลูกภาษา”

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1.เด็กแต่ละคนสามารถพัฒนาภาษาพูดและความหมายในการฟังจนสามารถใช้ในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้

2.เด็กจะได้เรียนรู้ภาษาที่เป็นพื้นฐาน เช่น การเล่นเสียง การเลียนเสียง ทำให้เกิดพัฒนาการทางด้านภาษาที่ดีขึ้น

ขอบเขตของการศึกษาวิจัย

ประชากรที่ใช้ในการวิจัย

     ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูเด็กชาย หญิง อายุ 4–5 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 โรงเรียนสุเหล่าทรายกองดิน แขวงแสนเเสบ สำนักงานเขตมีนบุรี สังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 2 ห้องเรียน มีนักเรียนทั้งหมด 50 คน

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

     กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูเด็กชาย–หญิง อายุ 4–5 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 โรงเรียนสุเหล่าทรายกองดิน แขวงแสนเเสบ สำนักงานเขตมีนบุรี สังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 25 คน ที่ได้จากการสุ่มอย่างง่ายโดยจับสลากมา 1 ห้องเรียน

ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย

ตัวแปรอิสระ

- ชุดกิจกรรม “เล่นกับลูกปลูกภาษา”

ตัวแปรตาม

- ความเข้าใจภาษา

สมมุติฐานการวิจัย

     เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมด้วยชุดกิจกรรม “เล่นกับลูกปลูกภาษา” โดยผู้ปกครองมีความเข้าใจภาษาหลังทำกิจกกรมสูงกว่าก่อนทำกิจกรรม

นิยามศัพท์เฉพาะ

1. เด็กปฐมวัย หมายถึง นักเรียนชาย–หญิง อายุระหว่าง 4-5 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 โรงเรียนสุเหร่าทรายกองดิน แขวงแสนแสบ สำนักงานเขต มีนบุรี สังกัดกรุงเทพมหานคร

2. ผู้ปกครอง หมายถึง พ่อ แม่ ญาติพี่น้องหรือบุคคลอื่นที่อยู่ใกล้ชิดเด็กให้การอุปการะเลี้ยงดูให้ความรักเอาใจใส่ตลอดจนให้การศึกษากับเด็กซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่าง

3. ชุดกิจกรรม “เล่นกับลูกปลูกภาษา” หมายถึง เอกสารให้ความรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเพื่อพัฒนาความเข้าใจทางภาษาของเด็กปฐมวัย ซึ่งประกอบไปด้วย เอกสารความรู้สำหรับผู้ปกครอง กิจกรรมส่งเสริมความสามารถทางภาษาและแบบบันทึกพฤติกรรม ของเด็กขณะที่ทำกิจกรรม ทั้งนี้เด็กจะเรียนรู้ ภาษาจากการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ปกครอง ผ่านการฟังนิทาน อ่านคำคล้องจอง ทายปริศนา เล่นเกมทางภาษาและทำกิจกรรมอื่นๆประกอบร่วมกับผู้ปกครองที่บ้าน ซึ่งเด็กจะได้ฟังเรื่องราวจากนิทานมีการพูดคุยซักถามขณะทำกิจกรรม ได้ลงมือวาดภาพและประดิษฐ์ของเล่นในชุดกิจกรรมต่างๆใช้ชื่อว่าชุดกิจกรรม “เล่นกับลูกปลูกภาษา ” มีทั้งหมด 8 ชุดประกอบด้วย

ชุดที่ 1 นิทานหรรษา

ชุดที่ 2 ปริศนาฮาเฮ

ชุดที่ 3 นิ้วมือมหัศจรรย์

ชุดที่ 4 อักษรซ่อนหา

ชุดที่ 5 นิทานย้อนกลับ

ชุดที่ 6 ภาษาในครัว

ชุดที่ 7 นักสืบน้อย

ชุดที่ 8 จ๊ะเอ๋ชื่อใครเอ่ย

ซึ่งแต่ละชุดประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญได้แก่

ส่วนที่ 1 เกร็ดเล็กความรู้ใหญ่ เป็นส่วนที่ให้ความรู้ผู้ปกครองในเรื่องพัฒนาการเด็กปฐมวัยการส่งเสริมพัฒนาการทางภาษา

ส่วนที่ 2 มาสนุกด้วยกันสิ เป็นวิธีการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน ของ ผู้ปกครองกับเด็กเช่นการเล่านิทาน อ่านหนังสือท่องคำคล้องจอง ทายปริศนา เล่นเกมทางภาษา เป็นต้น

ส่วนที่ 3 เรื่องเล่าจากบ้าน เป็นส่วนของการพูดคุย ซักถาม และเขียนบันทึกคำตอบหรือผลการปฏิบัติกิจกรรม

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

1.ชุดกิจกรรมเล่นกับลูกปลูกภาษา

2. แบบวัดความเข้าใจทางภาษาของเด็กปฐมวัย

3. แบบวิเคราะห์ความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัย

การดำเนินการวิจัย

     การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัย กึ่งทดลอง ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองโดยใช้การวิจัยแบบทดลองกลุ่มเดียวและวัดผลก่อนและหลังการทดลอง One-group pretest-posttest Design

การวิเคราะห์ข้อมูล

1.สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ยของคะแนนความเข้าใจภาษา (X) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S)

2.สถิติที่ใช้ทดลองสมมติฐาน ได้แก่ การเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรม “เล่นกับลูกปลูกภาษา”โดยใช้สูตร t-test for Dependent Sample

สรุปผลการวิจัย

1.เด็กปฐมวัย ที่ได้รับการจัดกิจกรรมส่งเสริมความเข้าใจภาษาโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม “เล่นกับลูกปลูกภาษา”มีพัฒนาการความเข้าใจภาษา โดยรวมสูงขึ้น ร้อยละ 53.72 ของความสามารถพื้นฐานเดิม

2.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมส่งเสริมความเข้าใจภาษาโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม “เล่นกับลูกปลูกภาษา”มีความเข้าใจทางภาษาโดยรวมและจำแนกรายด้าน คือ การใช้คำอย่างมีจุดมุ่งหมายและการใช้ประโยคเพื่อสื่อความหมายสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.1

ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะทั่วไป

1.การให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมด้วยการหาความรู้จากชุดกิจกรรม ทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก สังเกตการเรียนรู้
และบันทึกพฤติกรรมของเด็กเป็นการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กการเข้ามามีสวนร่วมของผู้ปกครองยัง
สามารถทำได้อีกหลายวิธีขึ้นอยู่กับสถานศึกษานั้นๆ

2.ครูที่สนใจใช้ชุดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กควรตั้งวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมและไม่ควรให้ชุด
กิจกรรมทุกวันในหนึ่งสัปดาห์ควรใช้ชุดกิจกรรมเพียง 1-2 ครั้งตามความพร้อมของผู้ปกครอง

3.ควรมีการบันทึกการส่งคืนชุดกิจกรรมของผู้ปกครองและเด็กเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประเมิน
พัฒนาการตามสภาพจริง

4.ชุดกิจกรรมควรมีความสอดคล้องกับเนื้อหาในการเรียนการสอนในสัปดาห์นั้นๆ เพื่อเป็นการทบทวน
ประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กและช่วยให้ผู้ปกครองเกิดความเข้าใจในกระบวนการและวิธีการจัดการ
เรียนการสอนของโรงเรียนมากขึ้น

5.การสื่อสารกับผู้ปกครองควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและสามารถปฏิบัติกิจกรรมได้บรรลุตามวัตถุประสงค์
เพราะเมื่อผู้ปกครองเข้าใจและมีความมั่นใจจะสามารถปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับเด็กได้เป็นอย่างดี

ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
 1.ศึกษาความเข้าใจทางภาษาของเด็กปฐมวัยในบริบทสังคมที่เด็กต้องเรียนรู้สองภาษา

 2.ศึกษาผลของการใช้ชุดกิจกรรมโดยผู้ปกครองที่ส่งเสริมความสามารถในด้านอื่นๆ ของเด็ก เช่น ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ ดนตรี เป็นต้น

ภาพกิจกรรม